‘จงฮยอน’ดาวจรัสแสง ส่องประกายในใจตลอดไป

‘จงฮยอน’ดาวจรัสแสง ส่องประกายในใจตลอดไป
รำลึก ‘จงฮยอน’ ดาวจรัสแสงที่ไม่มีวันดับ พร้อมสิ่งล้ำค่าที่ส่องประกายในใจตลอดไป

นับเป็นอีกความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการเพลง สำหรับการจากไปของศิลปินและนักแต่งเพลง คิม จงฮยอน วง “ชายนี่” ที่ตัดสินใจลาโลกนี้ไปด้วยตัวเองในวัยเพียง 27 ปี หลังรับพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นผลมาจากโรคซึมเศร้าที่เขาเผชิญอยู่ ซึ่งการจากไปของเขาทำให้ครอบครัว เพื่อน และแฟนทั่วโลกช็อกและเสียใจเป็นอย่างมาก ซึ่ง ณ ตอนนี้ จงฮยอน ได้จากไปอยู่ในที่สงบและไม่มีใครหรือสิ่งใดทำร้ายเขาได้อีกแล้ว แต่เขาได้ทิ้งสิ่งที่ล้ำค่าไว้มากมาย วันนี้เรามาร่วมรำลึกถึงไอดอล มากความสามารถคนนี้ เพื่อจดจำรอยยิ้มและผลงานเขาทั้งในฐานะ “นักร้องที่เต็มไปด้วยความสามารถ” และ “นักแต่งเพลงมากพรสวรรค์” กัน

สำหรับ จงฮยอน ไม่ได้ขึ้นไปอยู่บนฟ้าอย่างเดียวดายแต่เขานำความรักจากทุกคนติดตัวไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมวงการเคป๊อป ที่ต่างโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจผ่านโซเชียล รวมทั้งผู้ที่เสมือนครอบครัวของเขา  คีย์ หรือ คิม คิบอม หนึ่งในสมาชิก “ชายนี่” ที่ได้เผยความรู้สึกผ่านไอจีว่า “ถึงพี่จงฮยอน ผู้ที่ผมรัก นี่คือคิบอม ผมได้ไปส่งพี่ในวันนี้และได้เห็นหน้าพี่เมื่อวานนี้ แต่ผมยังคงไม่เชื่อเลย ผมขอโทษที่มาหาพี่ช้า เพราะมัวแต่ทำงาน ผมขอโทษที่ไม่สามารถเป็นแหล่งพลังความแข็งแกร่งให้พี่ได้ในยามพี่โดดเดี่ยว พี่และผมเป็นสมาชิกที่ดื้อที่สุดในวง ทุกอย่างที่เราอยากทำ ต้องทำให้ได้ ดังนั้นเราจึงได้ทำทุกอย่าง แม้แต่ในตอนสุดท้าย พี่ได้ตัดสินใจและจากไปก่อน ตอนแรกมันยากมาก แต่หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับพี่ในช่วง 3 วันสุดท้ายผมคิดว่า ผมเข้าใจหัวใจของพี่แล้ว อย่ากังวลไปเลยที่พี่ได้จากไปก่อนพวกเรา ผมจะเคารพและดูแลแม่กับพี่สาวของพี่เหมือนครอบครัวของเรา ผมจะคิดถึงพี่ไปอีกแสนนาน ที่ผมกังวลก็คือคนที่เคยอยู่ข้าง ๆ ผมเสมอในยามที่ประชุมกันตอนนี้ได้จากไปแล้ว เราคุยกันเสียงดังมากตอนที่ประชุม พอลองคิดดี ๆ แล้วก็มีแค่พี่กับผมที่คุยกันเยอะมาก ตอนนี้ผมต้องทำตัวให้คุ้นชินเวลาที่ไม่มีพี่ และใช้ชีวิตให้ดีขึ้นมากกว่านี้ด้วย เมื่อยามที่ผมอายุมากขึ้นและเราได้พบกันอีกครั้ง บอกผมด้วยนะว่าผมทำได้ดีแล้ว พี่จง ฮยอน พี่คือศิลปิน เพื่อน พี่ชาย และเพื่อนร่วมงานที่ดีที่สุดสำหรับผม พี่ทำได้ดีแล้ว และผมรักพี่มากครับ!” 

ด้านรุ่นพี่ร่วมค่าย แทยอน “เกิร์ลส เจนเนอเรชั่น” ก็ได้โพสต์ข้อความว่า “นั่นคือนาย และนายที่แตกต่างก็ยังเป็นนายอยู่ดี ไม่มีใครไม่รักนายนะ พี่รักนายมาก อยากจะตบไหล่นาย อยากจะกอดนายอีกสักครั้ง นั่นเป็นสิ่งที่พี่ทำได้ แต่การที่เสียโอกาสนั้นไปและมาเสียใจอยู่อย่างนี้ พี่เกลียดตัวเองมาก เสียใจและเสียดาย จงฮยอนผู้ที่สำคัญมากสำหรับ พวกเรา พี่คิดถึงจงฮยอนของเรา คนที่เวลาโทรศัพท์ไปหาแล้วเรียกชื่อ ก็จะตอบกลับมาด้วยเสียงสูง ขอโทษที่ไม่ได้กอดนายให้มากกว่านี้ รักและขอบคุณนะ พี่จำได้หมดเลยที่นายบอกว่าเขียนเพลง “โลนลี่” แล้วนึกถึงพี่ไปด้วย เพราะเราหมือนกัน เข้าใจความรู้สึกนั้นดี คิม จงฮยอน ศิลปินที่เท่ และมีเอกลักษณ์ที่สุดในชีวิตของพี่ คิดถึงมากและอยากจะจับมือนายเอาไว้ จงฮยอนอา นายยอดเยี่ยมที่สุด ทำงานหนักมากแล้วนะ พี่จะทำให้นายแน่ใจว่านายจะไม่โดดเดี่ยวเอง” ซึ่งในคอนเสิร์ต “เดอะ เมจิค ออฟ คริสต์มาส ไทม์” ของแทยอนที่ผ่านมา นักร้องสาวก็ได้ทำตามสัญญาด้วยการนำต้นคริสต์มาสที่ จงฮยอน มอบไว้ให้ตั้งบนเวที เสมือนกับน้องชายมาฟังคอนเสิร์ตของเธอในครั้งนี้ด้วย แทยอน เผยว่า “ต้นคริสต์มาสนี้เป็นของเพื่อนคนนึงที่ได้จากเราไปแสนไกลเมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นผู้มอบให้ฉันเป็นของขวัญวันคริสต์มาส เขาเป็นคนโรแมนติก มีหัวใจอบอุ่น ใจดี เป็นเพื่อนที่รู้วิธีแบ่งปันหัวใจของเขาค่ะ ฉันจะเก็บต้น คริสต์มาสนี้ไว้ตลอดฤดูกาลนี้ค่ะ”

ส่วน ซอฮยอน โพสต์ไอจีว่า “ฉันไปส่งพี่ตรงทางเดินสุดท้ายของพี่มา แต่ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งนี้คือเรื่องจริง ภาพพี่ชายที่เห็นอยู่ข้าง ๆ มากว่า 10 ปีนั้นมีแต่ความสดใสและน่าหลงใหลเสมอ พี่เป็นคนที่ดูดีมาก ผู้ที่คอยมอบรอยยิ้มและความสุขให้คนรอบข้าง ฉันนับถือพี่ที่ร้องเพลงด้วยจิตวิญญาณและพลังทั้งหมดยามอยู่บนเวที และฉันก็ชื่นชอบที่พี่มีหัวใจอันอบอุ่นเมื่ออยู่หลังเวที ฉันคิดแต่ว่าพี่เป็นคนที่เท่และเข้มแข็งเสมอ ซึ่งการที่ฉันคิดแต่แบบนั้นช่างเหมือนคนโง่และฉันก็เสียใจมาก ทั้งที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่อยู่ใกล้กัน แต่ทำไมฉันถึงไม่รับรู้หัวใจของพี่เลยสักนิด ทำไมถึงเป็นพลังให้พี่ไม่ได้เลย ที่ผ่านมาพี่เหนื่อยขนาดไหนกัน การที่ใช้ชีวิตต่อสู้กับความเจ็บปวดที่นึกไม่ถึงอยู่เพียงลำพัง ฉันเพิ่งมาเข้าใจก็ตอนนี้เอง ฉันขอโทษนะและที่ผ่านมาพี่ก็ทำได้ดีมาก แล้ว ตอนนี้ฉันจะอธิษฐานให้พี่ไม่ต้องเจ็บปวด และพักให้สบาย ฉันจะจดจำพี่จงฮยอน ผู้ที่เปล่งประกายอยู่เสมอตลอดไปค่ะ” ด้าน แอมเบอร์ “เอฟ (เอ็กซ์)” ก็โพสต์ผ่านไอจีว่า “เพราะว่าพี่ ฉันเลยหัวเราะได้ เพราะคำแนะนำของพี่ น้ำตาของฉันจึงได้เหือดแห้งไป และก็เพราะกำลังใจจากพี่ฉันเลยกล้าหาญได้ ตอนที่ฉันมีเรื่องน่าอายพี่ก็ไม่ตัดสินฉัน แต่พี่พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะเข้าใจภาษาเกาหลีที่ไม่แข็งแรงของฉัน และกอดฉันไว้ ตอนที่ผู้คนแซวกันว่าฉันกับพี่เหมือนฝาแฝดกัน บอกตรง ๆ เลยว่าฉันภูมิใจมาก เพราะว่าฉันอยากเป็นคนที่ยอดเยี่ยมให้ได้แบบพี่ไง ขอบคุณมาก ๆ ที่ฉันได้เป็นน้องสาวของพี่ ฉันจะเป็น “แอมเบอร์” ที่พี่ภูมิใจ พี่ทำได้ดีแล้ว ฉันรักพี่”

ส่วน โบอา โพสต์ว่า “จงฮยอน ผู้ที่มาหาพี่เสมอที่ห้องพักทุกครั้งที่พี่แสดง ทำไมเราถึงได้พูดคุยเพียงแค่เรื่องงานตอนที่เราได้เจอกันในช่วงประชุมสั้น ๆ นะ ทำไมถึงได้พูดคุยเพียงแค่เราจะทำงานของเราให้ดีขึ้นได้ยังไง มากกว่าพูดคุยเรื่องที่เราจะใช้ชีวิตกันยังไง ในฐานะเพื่อนและศิลปินรุ่นพี่ มันเป็นเรื่องยากมากที่ส่งนาย เพราะพี่คิดว่าพี่ยังมีข้อบกพร่องมาก พี่ไม่อยากเชื่อเลยว่าแม้เราจะอยู่ในสถานที่เดียวกันในวันนี้ แต่พี่ก็ไม่สามารถเจอนายได้อีกแล้ว นายควรจะบอกพี่นะ แม้แค่สักครั้งก็ตาม แต่พี่ก็ไม่โทษนายหรอก ผู้คนมากมายได้รับการปลอบโยนผ่านเนื้อร้องและเมโลดี้ที่สวยงามที่นายทิ้งเอาไว้ และพวกเขาก็จะจดจำนาย นายคือศิลปินที่ยอดเยี่ยมและเท่ที่สุด จงฮยอน พี่หวังว่านายจะสร้างสรรค์และร้องเพลงเพื่อความสุขของนายบนนั้นนะ นายเก่งมากแล้ว และทำงานหนัก 2017.12.18 พี่จดจำนายเอาไว้”

นอกจากนี้รุ่นน้อง “เอ็กซ์โซ” ก็ได้ร่วมรำลึกถึง จงฮยอน ในระหว่างแสดงคอนเสิร์ต “ดิ แอลลีเชี่ยน” ที่ฟุกุโอะกะ โดยขึ้นข้อความบนจอโปรเจคเตอร์ว่า “จงฮยอน ศิลปินรุ่นพี่ของพวกเรา ผู้ส่องแสงบนเวทีพร้อมด้วยดนตรีและการแสดงที่เต็มไปด้วยความรักและหลงใหลอยู่เสมอ ผู้ที่ได้จากเราไปแล้ว ความจริงที่ว่าเราอยู่ด้วยกันไม่ได้อีกต่อไปนั้นช่างเศร้าและเจ็บปวด จงฮยอน ผู้เป็นศิลปินที่แท้จริง เราคิดถึงและรักพี่มาก เราจะจดจำพี่เอาไว้ตลอดไป” ซึ่งในตอนท้ายคอนเสิร์ต ซูโฮ ลีดเดอร์ ยังได้กล่าวถึง จงฮยอน ด้วยความเศร้าว่า “จงฮยอน ผู้ที่เป็นเพื่อน พี่ชาย เพื่อนร่วมงาน ศิลปินรุ่นพี่ และผู้แต่งเพลงของเอ็กซ์โซ ที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ผมคิดว่าไม่เพียงแค่พวกเรา “เอ็กซ์โซ” เท่านั้นแต่แฟน ๆ อีกมากมายที่นี่ก็เจ็บปวดเช่นกัน หวังว่าจงฮยอน ผู้ที่เรารักนั้นจะมีความสุขและสงบ สำหรับจงฮยอนที่เรารัก ตอนนี้เราจะแสดงเพลง “แองเจิ้ล” ครับ”  รวมทั้งในระหว่างคอนเสิร์ตของ ยุนโฮ และ ชาง มิน “ทงบังชินกิ” ที่ โตเกียว โดม ยังขึ้นข้อความรำลึกถึงบนจอโปรเจคเตอร์ว่า “จงฮยอน ผู้ที่เป็นเหมือนน้องชายแท้ ๆ ของพวกเรา ศิลปินผู้ที่ส่องประกายบนเวที เพราะว่าเขาคือนักร้องนักแต่งเพลงที่พิเศษ ซึ่งเขาได้จากเราไปแล้ว หัวใจของเราเจ็บปวดอย่างที่สุด พวกเราจะไม่ลืมนาย ทุกคนได้โปรดจดจำ “จงฮยอน” และดนตรีของเขา” เป็นต้น

ไม่แปลกใจเลยที่แฟนคลับชาวไทยจะรัก จงฮยอน มากมาย เพราะเขาเป็นอีกหนึ่งไอดอลที่ผูกพันกับเมืองไทย เช่น จากการให้สัมภาษณ์เมื่อครั้ง ชายนี่ ได้มาจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นครั้งแรก “ชายนี่ เวิลด์ โฟร์ อิน แบงค็อก” จงฮยอน ก็เผยความรู้สึกถึง “ชายนี่เวิลด์ (ชื่อแฟนคลับ) ชาวไทย” ว่า “ผมรู้สึกประทับใจมาก ขอบคุณชายนี่เวิลด์ชาวไทยทุกคนครับ สำหรับสถานที่ในไทยที่อยากไป คือพวกเราชอบเมืองไทยมาก ๆ และได้มาเมืองไทยหลายครั้ง เลือกไม่ถูกเลยว่าจะไปที่ไหนดี แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบกรุงเทพฯ และพวกเราทั้ง 5 คนชอบนวดแผนไทย และก็ชอบอาหารไทยมาก โดยเฉพาะโรตีกรอบเป็นของโปรดของเราทั้ง 5 คน ทุกครั้งที่ได้มาเมืองไทยจะต้องกินทุกครั้ง และก็ชอบกินน้ำแตงโมปั่นด้วย” และเมื่อถามว่าหากมีโอกาสมอบของขวัญพิเศษ ให้ “ชายนี่เวิลด์ชาวไทย” จงฮยอน เผย “ผมอยากมอบคอนเสิร์ตให้ชายนี่เวิลด์ชาวไทยครับ เพราะไม่มีอะไรหรือถ้อยคำไหนที่จะแทนการขอบคุณแฟน ๆ จากพวกเราได้เท่ากับคอนเสิร์ตของชายนี่อีกแล้ว ผมขอขอบคุณชายนี่เวิลด์ชาวไทยมากเลยที่มาดูคอนเสิร์ตพวกเราครั้งนี้ อยากให้มีโอกาสแบบนี้บ่อย ๆ ผมจะได้มาเมืองไทยบ่อย ๆ และผมก็จะตอบแทนทุกคนด้วยผลงานดี ๆ ครับ”

หลายคนอาจไม่เข้าใจถึงความเสียใจของแฟน ๆ แต่จะไม่สงสัยกันหน่อยเหรอว่าเพราะอะไร การจากไปของไอดอลคนนึงจึงได้สร้างความโศกเศร้าให้ผู้คนมากมายขนาดนี้ เหตุผลก็เพราะเขาคือผู้สร้างความสุข รอยยิ้มและกำลังใจผ่านดนตรีและตัวตนมาเกือบ 10 ปี ซึ่งหากเราตัดคำว่า “ติ่งเกาหลี” และ “นักร้องเคป๊อป”  ไป จะพบว่าวงการเพลงได้สูญเสียศิลปินที่เต็มไปด้วยความสามารถ ที่มีแฟนคลับและพี่น้องในวงการรักมากที่สุดคนนึง จงฮยอน ถือเป็นศิลปินที่มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ เขาฉายแววศิลปินมาตั้งแต่เด็กและไปเข้าตา “เอสเอ็มฯ” ก่อนบ่มเพาะอยู่ 3 ปี จึงได้เปิดตัวในฐานะเป็นหนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์ “ชายนี่” ในปี 2008 กับเพลงแจ้งเกิด “รีเพลย์” ก่อนค่อย ๆ พัฒนาจนในที่สุดเขาได้รับโอกาสโชว์ศักยภาพในฐานะศิลปินเดี่ยว และปล่อยมินิอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก “เบส” ในปี 2015 ก่อนมีอัลบั้มเต็ม “ชี อิส” ในปี 2016 ซึ่งเขายังได้รางวัลบอนซังจากเวทีโกลเด้น ดิสค์  2016 การันตีความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วย นอกจากนี้ จงฮยอน ยังเป็นนักแต่งเพลงที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ เขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์กว่า 70 เพลง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลงในวง “ชายนี่” อาทิ จูเลียต ในมินิอัลบั้มที่ 2 “โรมิโอ”, เพลง อ๊อบเซสชั่น , อัพ แอนด์ ดาวน์ ในอัลบั้ม “ลูซิเฟอร์” โดยเฉพาะเพลง ออนนิสลี ในมินิอัลบั้ม “เชอร์ล็อก” ที่เขาแต่งขึ้นเพื่อขอบคุณ “ชายนี่ เวิลด์” รวมไปถึงในอัลบั้ม “อ๊อด” เขาก็ได้แต่งเพลงไตเติ้ลอัลบั้มนี้ อย่าง วิว ด้วย เมื่อครั้งที่เจ้าตัวมาทำโซโล่อัลบั้ม ก็ไม่พลาดแต่งเพลงเอง อาทิ เดจาบู, เลิฟ เบลท์ และ นีออน ในอัลบั้ม “เบส” รวมทั้งโซโล่อัลบั้ม     “สตอรี่ ออฟ.1” และอัลบั้มล่าสุด “สตอรี่ ออฟ.2” เขาก็ได้แต่งเพลงเองทั้งอัลบั้ม โดยเพลงเปิดตัว “โลนลี่”  ยังได้ แทยอน มาร่วมร้องด้วย นอกจากนี้เจ้าตัวยังโชว์ฝีมือแต่งเพลงให้ศิลปินอื่น เช่น เพลง เพลย์บอย ของ “เอ็กซ์โซ” รวมไปถึงยังทลายกำแพงค่าย ด้วยการไปแต่งเพลงให้ ไอยู ในเพลง “กลูมมี่ คลอค” และเพลง “บรีธ” ของ ลีไฮ ศิลปินค่าย “วายจี” เป็นต้น

เรียกว่า จงฮยอน ได้ทิ้งหลายสิ่งที่มีค่าเอาไว้มากมาย ทั้งบทเพลงและทุกอย่างที่เขาได้สร้างรอยยิ้มและมอบแรงบันดาลใจให้ทุกคน รวมไปถึงทำให้เราตระหนักถึง “โรคซึมเศร้า” และหันมาใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ให้กำลังใจและพร้อมจับมือคนที่เผชิญโรคนี้ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายได้สำเร็จ และต้องขอส่งกำลังใจให้ครอบครัว จงฮยอน รวมไปถึงเหล่า “ชายนี่ เวิลด์” ให้เข้มแข็ง อย่าปล่อยใจให้ดำดิ่ง แต่ขอให้ระลึกถึงไอดอลที่รักในแง่การนำมาเป็นพลังใจ เพราะนับจากนี้ไป “ชายนี่ เวิลด์” จะยิ่งสำคัญต่อสมาชิกที่เหลืออย่างที่สุด และดูเหมือน “ชายนี่” คงต้องการพลังจาก “ชายนี่ เวิลด์” ยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น “ชายนี่” ก็จะยังคงมี 5 คนตลอดไป โดย อนยู, คีย์,  มินโฮ และ แทมิน ส่องประกายอยู่บนเวที ขณะที่ จงฮยอน นั้นจะเปล่งแสงอยู่บนฟ้าและร้องเพลงไปพร้อมกับชายนี่และชายนี่ เวิลด์เหมือนเคย

แม้ตัว จงฮยอน จะไม่ได้อยู่บนโลกแล้ว แต่ตราบใดที่เรายังรักและระลึกถึง เขาก็จะไม่มีวันจากไปไหน ซึ่งเชื่อว่าวันนี้ทุกคนคงมีคำพูดนึงในใจที่อยากบอก ’จงฮยอน“ ว่า ’นายทำได้ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว“ และ จงฮยอน ก็จะส่องประกายในใจทุกคนตลอดไป.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์